วารสารวิจัย มข. ฉบับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ISSN 2350-9767
ภาษาไทย | English

ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2555

การปรับเปลี่ยนและการคงอยู่ของวิถีชีวิตชุมชนปากน้ำชี (พ.ศ. 2473-2549)
The Adaptation and Existence of Pak Nam Chi Community’s Way of Life (1930-2006 A.D.)
สุปิยา ทาปทา มาลี ไชยเสนา และสุวิทย์ ธีรศาศวัต
Supiya Tapta Malee Chaisena and Suwit Theerasasawat

บทคัดย่อ

        การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของชุมชนปากน้ำชี 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การปรับเปลี่ยนและการคงอยู่ของวิถีชีวิตชุมชนปากน้ำชีตั้งแต่ พ.ศ. 2473–2549 โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุมชนปากน้ำชีมีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์มานานกว่า 200 ปี วิถีชีวิตชุมชนปากน้ำชี ในช่วง พ.ศ.2473-2503 เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมที่มีความเรียบง่าย โดยอาศัยทรัพยากรธรรมชาติทั้ง ป่า นา น้ำ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ในการดำรงชีวิต มีลักษณะเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง มีการทำนาเป็นอาชีพหลัก และการหาปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ ต่อมาเมื่อการคมนาคมสะดวกขึ้น โดยเฉพาะมีทางรถไฟมาถึงจังหวัดอุบลราชธานีในปี 2473 ทำให้มีการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆ มากขึ้น อย่างไรก็ตามในส่วนของการผลิตข้าว จากหลักฐานไม่พบว่าชุมชนได้ประโยชน์ ในด้านการติดต่อกับคนภายนอกชุมชนในเชิงพาณิชย์มากนัก เนื่องจากชุมชนปากน้ำชีมักประสบปัญหาน้ำท่วมบ่อย จึงทำให้ข้าว ไม่เพียงพอต่อการบริโภค ในด้านสังคมมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในระบบเครือญาติ มีการพึ่งพาอาศัย แบ่งปัน ช่วยเหลือเกื้อกูล รวมถึงมีการพึ่งพาอาศัยแรงงานร่วมกันที่เรียกว่า “การเอาแรง” และในด้านวัฒนธรรมของชุมชน จะถือปฏิบัติตามประเพณีฮีตสิบสองมาอย่างต่อเนื่อง 2) ในช่วง พ.ศ. 2504–2549 เป็นช่วงที่มีการนำเอาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อวิถีชีวิตชุมชนปากน้ำชีอย่างมาก ซึ่งปัจจัย ที่ทำให้วิถีชีวิตชุมชนปากน้ำชีเกิดการเปลี่ยนแปลง คือ ปัจจัยภายนอก ได้แก่ นโยบายของรัฐบาล การคมนาคม เทคโนโลยีที่ทันสมัย ราคาผลผลิต และปัจจัยภายใน ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การศึกษา ผู้นำ การที่คนในชุมชนอพยพเข้าไปทำงานในเมือง และการจัดงานประเพณีต่างๆ ที่ขาดการมีส่วนร่วม สำหรับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตชุมชนปากน้ำชี ได้แก่ การปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเชิงพาณิชย์ การปรับเปลี่ยนวิถีการผลิต การปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตเครื่องปั้นดินเผา การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงวัว ควาย การปรับเปลี่ยนมาประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง การปรับเปลี่ยนโดยการปลูกผักเพื่อการค้า การปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับงาน บุญประเพณี การปรับเปลี่ยนโดยการกลับคืนถิ่น ส่วนปัจจัยที่ทำให้เกิดการคงอยู่ ได้แก่ ความเชื่อในวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม ความสัมพันธ์ในการช่วยเหลือกันฉันท์ญาติพี่น้องของคนในชุมชน การมีวัฒนธรรมชุมชนร่วมกันในระบบเครือญาติ การถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก และคนในชุมชนและผู้นำยังมีวัฒนธรรมชุมชนที่เข้มแข็ง

Abstract

       The objective of this study was twofold: 1) to investigate the historical evolution of Pak Nam Chi community and 2) to explore the factors contributing to change, adaptation, and existence of Pak Nam Chi community from 1930 to 2006 A.D. (2504–2549 B.E.) through a qualitative research. The research findings were as follows: 1) The topography of Pak Nam Chi community was flat having evolved more than 200 years. During 1930-1960 A.D. the people’s way of life was in a traditional and simple style, relying on bountiful resources such as forest, land, and water. Self-reliant economy, rice farming, and fishing along natural water ways were practiced by the whole community. Later, there was mass transportation when the railway from Bangkok to Ubon Ratchathani province was constructed in the year 1930 A.D. (2473 B.E.). Convenience in travelling had changed people’s lifestyle in that wider trading and exchanging goods were popular among people outside the community. However, the people did not seem to gain many advantages from the modern transportation means as expected due to yearly floods causing insufficiency in rice plantation to supply the entire community as well as the commercial purpose. Considering social dimensions, there was a close relationship among kinships and general people. Traditional practice known as ‘Kan Oaw Rang’ (people voluntarily gather to help do a particular labor-needing job) was commonly practiced in those days. Regarding cultural aspect, ‘Heed Sib-Song’ or the 12-lunar-month tradition was practiced by all people in the community. 2) In the year 1961 A.D. (2504 B.E.) the National Socio-Economic Development Plan was firstly implemented for the country development. This had brought a great change to the community of Pak Nam Chi. Several factors were found to be mostly influential in the people’s way of life. They were external and internal. The external factors included government’s policies, modern transportation and technologies, and price of goods. The internal factors involved an increase of community population, education, community leaders, migration of people to urbanized cities, and lack of participation of the community’s members when there were traditional and cultural activities or events. In accord with the change, the evidence showed the people’s adaptation of their lifestyle as seen in growing commercial crops, production processes, changes in earthenware designs, and raising the livestock, fish raising in the fish pen, and the like. The changes in merit making and cultural practice were also found in that the job-related migrants went back to the community from urbanized cities when particular cultural activities were held in the community. Substantial factors that contributed to the existence of such practices were cultural and traditional beliefs, a kinship-like support among people in the community, kinship relations, belief transfer from generation to generation, support from various external organizations and internal community bodies, and having strong community leaders.
คำสำคัญ: การปรับเปลี่ยน, การคงอยู่, วิถีชีวิต, ชุมชนปากน้ำชี
Keywords: adaptation, subsistence, way of life, Pak Nam Chi Community

กองบริหารงานวิจัย
อาคารสำนักงานอธิการบดี 2 ชั้น 2
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
โทร. 0-4320-3178
E-mail: kkurj@kku.ac.th