KKU Research Journal
ISSN 0859-3957


+ ปีที่ 20
+ ปีที่ 19
+ ปีที่ 18
+ ปีที่ 17
+ ปีที่ 16
- ฉบับที่ 8 พ.ย.-ธ.ค. 2554
- ฉบับที่ 7 ก.ย.-ต.ค. 2554
- ฉบับที่ 6 ก.ค.-ส.ค. 2554
- ฉบับที่ 5 พ.ค.-มิ.ย. 2554
- ฉบับที่ 4 เมษายน 2554
- ฉบับที่ 3 มีนาคม 2554
- ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554
- ฉบับที่ 1 มกราคม 2554
+ ปีที่ 15
+ ปีที่ 14
+ ปีที่ 13
+ ปีที่ 12
+ ปีที่ 11
+ ปีที่ 10
+ ปีที่ 9
+ ปีที่ 8
+ ปีที่ 7
+ ปีที่ 6
+ ปีที่ 5
+ ปีที่ 4
+ ปีที่ 3
+ ปีที่ 2
+ ปีที่ 1

ปีที่ 16 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม-สิงหาคม 2554

การบริหารงานของหัวหน้าศูนย์สุขภาพชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา
วันเพ็ญ ภูผาพันธ์ และประจักร บัวผัน

Administrative Performance of the Chief at Primary Care Units, Nakhonratchasima Province
Wanpen Puphapun and Prachak Bouphan

บทคัดย่อ

       การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง (cross-sectional descriptive research) ประชากรที่ศึกษา คือ หัวหน้าศูนย์สุขภาพชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 53 มีอายุเฉลี่ย 43.44 ปี มีระดับการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 77.8 ส่วนใหญ่สถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 74.2 ระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าศูนย์สุขภาพชุมชนน้อยกว่า 10 ปี ร้อยละ 46.5 และเคยได้รับการอบรมหลักสูตรทางการบริหาร ร้อยละ 60.1 แรงจูงใจในภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.71 (S.D.= 0.35) โดยปัจจัยจูงใจและปัจจัยค้ำจุน อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.88 (S.D.= 0.37) และ 3.60 (S.D.= 0.38) ตามลำดับ การบริหารงาน อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.96 (S.D.= 0.39) และตัวแปรที่สามารถร่วมกันพยากรณ์การบริหารงานของหัวหน้าศูนย์สุขภาพชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ ปัจจัยค้ำจุนด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ปัจจัยจูงใจด้านลักษณะของงาน และด้านความสำเร็จในการทำงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งปัจจัยทั้ง 3 ด้าน ร่วมกันพยากรณ์การบริหารงาน ได้ร้อยละ 47.6 ปัญหาและอุปสรรคที่พบส่วนใหญ่ คือ ปัจจัยค้ำจุนด้านสภาพการปฏิบัติงาน และเงินเดือน/ค่าตอบแทน


Abstract

       This research was a cross-sectional descriptive research. The studied population was the administration chiefs at primary care units in Nakhonratchasima province. Results showed that most of them were female for 53%, their average age was 43.44 years old, their educational degree was Bachelor’s Degree or equivalent for 77.8%, marrital status was married for 74.2%, duration of working as the chief at primary care units was less than 10 years for 46.5%, and they were used to be practiced in administrational program for 60.1%. Overall motivation was in “High” level at average value of 3.71 (S.D.= 0.35). Motivator and hygiene factors were in “High” levels at average value of 3.71 (S.D.= 0.37) and 3.60 (S.D.= 0.38), respectively. The work administration was in “High” level at average value of 3.96 (S.D. = 0.39). The variables could predict the chief’s administrative performance at primary care units in Nakhonratchasima province were hygiene factor in human relationship, motivator factor in work characteristic, and work success at significant level. All 3 aspects of the factors could jointly predict the chief’s work administration at primary care units in Nakhonratchasima province for 47.6%. The problems and obstacles mostly found, was the hygiene factor in the aspect of working condition and salary/revenue.


คำสำคัญ:แรงจูงใจ การบริหารงาน ศูนย์สุขภาพชุมชน
Keyword:motivation, administrative, primary care unit

Division of Research Administration.
Building2, 2nd Floor,Office of the President.
Khon Kaen University
Tel. 043-009700 ext. 42128
E-mail: kkurj@kku.ac.th